พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมเซ็นชื่อนัดหมายชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดหมายชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ที่ผลสรุปเป็น ทีมชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ ทีมชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความหมดหวังของกองเชียร์สิงโตขู่คำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลทีมชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นชื่ออย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า ทำการรีแมตช์นัดหมายชิงชนะเลิศใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้แค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรเป็นใบแดงด้วยเหมือนกัน

จนกระทั่งในตอนนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นชื่อใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้ชิงชัยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งเว้นเสียแต่พวกเขาเห็นว่าผู้ตัดสินเป่านกหวีดแบบไม่เป็นธรรมแล้ว ยังกำหนดเพิ่มเหตุว่า ทีมชาติอิตาลีเล่นแรงเกินไป โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม การร่วมเซ็นชื่อครั้งนี้อาจจะเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางข้อคิดเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจจะไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้อะไร

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดบีบคั้น

“สิงโตขู่คำราม” ทีมชาติอังกฤษ จำเป็นต้องพบกับความหมดหวังอีกที หลังเป็นข้างแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำเป็นต้องคอยการบรรลุผลต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการคว้าชัยชนะบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักเตะอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูคาโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) และ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้ว่า “ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยพิเคราะห์จากภาพรวมในการฝึกฝน หากคุณจะโทษผู้ใดกันแน่ คนนั้นต้องเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่พวกเราจะอยู่ข้างเคียงเขา”

 

นอกจากนั้น อดีตปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เผยถึงปัจจัยว่าเพราะอะไรทีมก็เลยหันมาเล่นเกมรับ และตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอ นั่นทำให้เราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะมีผลให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ราวกับการเดิมพัน ถ้าเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้านี้ เราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเลิศ, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเลิศ ,สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ภายหลังที่ อิตาลี ผงาดได้แชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษตัดสิน 3-2 ได้แชมป์มาครองเป็นยุคที่สองหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นเหมาะสมที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ และก็ช่วยให้ทีมของเขาได้แชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1968

นอกนั้นเขายังเป็นผู้รักษาประตูผู้ที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่ได้กล่าวมาแล้วต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดและก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นคนอื่นในรายการ

ทำเนียบนักเตะเหมาะสมที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งเหมาะสมที่สุด – เปดรี (สเปน)

 

ขณะที่ เปดรี กองกลางของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดเอารางวัลดาวรุ่งเหมาะสมที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นดูเหมือนจะทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแต่นาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีผู้ใดทำ แม้แต่อันเดรส อิเนียสต้าเองก็มิได้ทำอย่างงั้น มันช่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีใครเหมือน” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ กุนซือกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ดาวเตะแดนฝอยทองคำทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ เอารางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

ชิงชัยรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ยิงประตูเยอะที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตเยอะที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยเยอะที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟเยอะที่สุด แยน ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปินาซโซลา (อิตาลี) และก็ เนโก้เก๋ (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์เยอะที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” พลั้งปากลั่น “มาร์กซิยัล” ถือเป็นลำแข้งดังหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดตั้งคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แผงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์หรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แนวรับเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่มิได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่เขาจะหัวเราะในเชิงยอมเนื่องจากว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วหลังจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้บอกขึ้นว่า “มาร์กซิยัลหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังหรอ?” แล้วแล้วหลังจากนั้นทั้งเราร์กตัวส์และก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมกันเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงแชมป์ ที่จัดเตรียมฟาดแข้งกันตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบกันดี ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ชิงในฝัน คู่รักคู่แค้นตลอดไปอย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา

ปัจจุบัน เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ได้แชมป์วัวขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังกล่าวข้างต้นนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าต้องการให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเธอได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาหินมาปาใส่ฉันในที่ชุมชน ฟังฉันอธิบายก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงฟุตบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนชาวอาร์เจนไตน์ผู้คนจำนวนมาก แม้กระนั้นฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงวัวขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เพราะฉันรักฟุตบอล แล้วก็ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เป็นธรรม!”

หลังจากโพสต์ของผู้สื่อข่าวสาวดังกล่าวข้างต้นได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคู่รักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบจะทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายคลึงกันโน่นคือ สรรเสริญในฝีเท้าของตัวรุกจากชาติคู่รักคู่แค้น แล้วก็ต้องการที่จะให้สมหวังเสียเชิงในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองใจจากความไม่ประสบผลสำเร็จของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ปัจจุบัน เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า

“ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มองอาจภาคภูมิ ความฝันของผมทั้งชีวิตคือการได้เล่นให้ทีมชาติแล้วก็ได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องส่งเสริม”

“ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าเกิดสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะผมคือคนบราซิล แล้วก็ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความนับถือ แม้กระนั้นไปตกนรกซะเถิด”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา แล้วก็ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ หลังจากนั้นเขายิงไม่ได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังแกร่งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงแชมป์

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้เจอหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้าที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 ยุค ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 ยุค แล้วก็มีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 ยุคของอุรุกวัยในวันพรุ่ง

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการเสียชีวิตของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนฝูงร่วมอาชีพรุ่นลูก

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบแล้วก็ล้มลงสู่พื้น แล้วก็จำต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อาจก่อให้ภาพเหตุการณ์ความสูญเสียในอดีต ย้อนกลับมาเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ อาจจะเป็นเคสแรกๆที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจดจำก้าวหน้า ภาพที่เขาสลบล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนจำต้องถูกหามออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม แต่ว่าในที่สุดก็ไม่บางทีอาจช่วยเหลือของเขาเอาไว้ได้เสร็จ จนความสูญเสียดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยปฏิบัติงานชิงชัย ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในครั้งนั้น ก็ได้แผ้วทางสู่อนาคตในการช่วยเหลือนักเตะในสนาม

เข้มแข็งขนาดไหนก็ล้มได้

หากว่านักฟุตบอลอาชีพ จะเป็นกลุ่มคนที่มีร่างกายแข็งแรงดี วิ่งเต็มสูบได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม แต่มีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้โชคดีเช่นเดียวกับกองกลางของดินแดนวัวนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจดจำก้าวหน้า เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพกลุ่มชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะได้พักในเกมที่เจอกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็กลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจำต้องเผชิญหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีใครอยู่รอบกายตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม แล้วก็เรียกให้กลุ่มหมอเข้ามาปฐมพยาบาลเขาในสนาม ก่อนที่จะเขาจะถูกหามออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการดูแลรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ทว่าข้างหลังมานะกู้ชีพอยู่นานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงจากนั้น

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติ แคเมอรูนในขณะนั้น กล่าวมาว่าเขาอยากเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกมาจากสนามก่อนหน้านั้น ด้วยเหตุว่าทั้งตัวเขาแล้วก็กลุ่มหมอ เห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีลักษณะอาการล้า แล้วก็เคลื่อนที่ได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังอยากเล่นต่อ เพื่อช่วยทำให้กลุ่มชาติของเขาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หฝ่าส์ โฟเอ้ ภรรยาของดาวเตะรายนี้ กล่าวว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีลักษณะอาการท้องเดินมา 2-3 วันแล้ว และมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงยืนยันที่จะลงเล่นให้กับกลุ่มต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าภรรยาของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดนั้น

ผลของการชันสูตรศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจครึ้ม หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั่วโลก พบได้มากได้บ่อยมากในผู้ที่มีสุขภาพดี แล้วก็เป็นสาเหตุการตายชั้น 1 ของผู้สูงวัยน้อยกว่า 35 ปี

หลักสำคัญก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วย ถ้าได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องอย่างทันตามเวลา แต่ว่าในช่วงเวลานั้น แทบจะไม่มีใครคาดคิดว่านักฟุตบอลที่มีร่างกายแข็งแรงอย่างงี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนถึงขั้นเสียชีวิต

นั่นก็เลยทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องทางด้านการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ชีวิตจำต้องมาก่อน

ภายหลังเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกนำมาเอ่ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา แล้วก็ทุกแห่งหน โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงขนาดไหนก็ตาม
ฟีฟ่า อยากรับประกันว่าผู้เกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลจำต้องเข้าใจหลักสำคัญดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าราชการหมอ ที่จำต้องเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนในการช่วยเหลือ ถ้าเจอผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเจออาการ SCA ขึ้น

ถ้าผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการปะทะกับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือสลบไป กลุ่มหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

ด้วยเหตุว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียง 2 นาที ภายหลังที่นักเตะล้มลงไป ที่จะจำต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR แล้วก็ใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ ด้วยเหตุว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าไร ช่องทางในการรอดตายก็ยิ่งเลือนรางลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีใครทำ CPR ให้เขาเลย ถึงแม้เขาจะสลบไปนานกว่า 6 นาทีแล้ว ถึงแม้เจ้าตัวจะมีลักษณะอาการตาโพลง และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจด้วยเหตุว่าแทบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักฟุตบอลกำเนิดหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่านั่นก็ทำให้กลุ่มหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ แล้วก็ผู้เล่นต่างๆได้รู้จะกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเครื่องใช้ไม้สอยหมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมทั้งกำหนดให้เครื่อง AED จะต้องมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์ชิงชัยจริง หรือระหว่างการฝึกหัดก็ตาม

ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักเตะทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความแตกต่างจากปกติของหัวใจ หากว่าพวกเขาไม่บางทีอาจตรวจพบทุกความแตกต่างจากปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็เพียงพอที่จะคัดกรองความพร้อมเพรียงของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
แล้วก็ในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกฐานะทางด้านการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น ข้างหลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้เฝ้าประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการปะทะกับหัวเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนถึงขั้นสลบ แล้วก็จำต้องนอนรอรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

มั่งคั่งสุดในวงการ! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดหมายชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษกล่าวว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงปฏิบัติภารกิจในนัดชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นผู้ตัดสินลูกหนังที่มีฐานะมั่งมีที่สุดในโลก

สื่อดังที่กล่าวถึงแล้วบอกว่า ท่านเปาชาวดัตช์มีเงินส่วนตัวค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในแดนกังหันลม หลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงวินิจฉัยในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้ว 2 สมัย แล้วก็ศึกยูโร รอบสุดท้ายอีก 3 สมัย ซึ่งแรงดลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวคือคุณพ่อ ที่เคยเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลในระดับครึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ พบ ทีมชาติอิตาลี นี้จะนับว่าเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส หลังเคยวินิจฉัยนัดชิงชนะเลิศเกมระดับสโมสรในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) แล้วก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรคราวนี้ ไคเปอร์สลงปฏิบัติภารกิจไปแล้ว 3 นัด โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัด แล้วก็รอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด ซึ่งในเกมนัดชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล แล้วก็ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักเตะกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เชือด เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

บอล ยูโร 2020 รอบ 4 กลุ่มท้ายที่สุด
คืนวันพุธที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2021

อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก

สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ)

คะแนนนักฟุตบอล กลุ่มชาติอังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10
วันนี้แทบจะไม่เจอบททดลองเท่าไรนัก แต่ว่ามองเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอเหมาะพอควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่จำต้องเล่นบอลกับพื้น รวมถึงการออกบอลมองปราศจากความมั่นใจรวมทั้งขาดความแม่นยำไปมากเลยทีเดียว

จอห์น สโตนส์ – 7.5/10
เกมรับทำหน้าที่ได้อย่างกล้าแกร่งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมถึงบล็อคลูกยิงงามๆหลายที

แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ – 7.5/10
เหมือนกันกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังได้โอกาสได้เพิ่มขึ้นไปกระแทกลุ้นทำคะแนนหลายที ครอบครองบอลเหนี่ยวแน่น ออกบอลถูกต้อง ไม่มีจุดบกพร่องให้เห็นเลย

ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10
เป็นอีกคนที่เด่นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบจะไม่ได้เพิ่มขึ้นสูง แต่ว่าการเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมถึงการหุบเข้ามาช่วยตรงกลางทำเป็นอย่างไร้ที่ว่ากล่าวในเกมวันนี้

ลุค ชอว์ – 7.5/10
มีบทบาทค่อนข้างเยอะแยะสำหรับการเพิ่มเกมรุก ค่อยต่อบอลประสานงานกับสหายร่วมกลุ่มทางกราบซ้าย ได้โอกาสเพิ่มขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างจังหวะให้กลุ่มได้อยู่บ้างเช่นกัน

ดีแคลุกลี้ลุกลน ไรซ์ – 7/10
ครึ่งแรกบทบาทจะเน้นไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำประคองคู่เซ็นเตอร์ แต่ว่าในช่วงช่วงหลังได้โอกาสเพิ่มเกมขึ้นสูงขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกึ่งกลางสนามได้ค่อนข้างดี

ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10
ช่วงครึ่งแรกบทบาทกับเกมค่อนข้างน้อย แต่ว่าหลังจากที่กลุ่มอุตสาหะเปิดเกมบุกก็เพียงพอจะมีบทบาทสำหรับการช่วยต่อบอลกับกลุ่มอยู่บ้าง เล่นค่อนข้างแน่ๆ เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที

เมสัน เมานท์ – 6.5/10
ได้โอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในแดนหน้า แต่ว่าวันนี้บทบาทถือว่าไม่เด่นเท่าไรนัก

จำผมมิได้หรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

กลายเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มทันทีกับจังหวะหลังเกมที่ ทีมชาติอิตาลี เป็นฝ่ายเอาชนะ ทีมชาติสเปน ในการดวลจุดโทษ 4-2 ผ่านไปสู่รอบชิงแชมป์ ในการแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา

โดยหลังเกมจบลง บรรดานักฟุตบอลอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลรอบๆหลังประตู แม้กระนั้นในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังรุ่นเก๋าของทีมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปต่างประเทศสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอรรธจันทร์

ซึ่งหลังเจ้าตัวฉลองกับแฟนคลับเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกที แม้กระนั้นเจ้าหน้าที่สนามกลับจำเขาไม่ได้เนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าเป็นแฟนบอลที่กระโจนลงมาร่วมฉลองด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงวยงงทีเดียว ก่อนที่จะเจ้าตัวจะชี้แจงและก็เดินกลับสู่สนามได้อีกที

สำหรับ “กองทัพอัซซูร์ปรี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เป็นสมัยที่ 4 โดยจะเข้าไปรอเจอกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงกระทำการแข่งขันกันในคืนวันนี้

ซื้อบ้านร่วมกับแฟนต้องทำยังไง? มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

วันนี้ growsproject ออกแบบโลโก้สวยๆ จะพาทุกคนว่ารู้จักกับเรื่องของ การซื้อบ้านร่วมกับแฟน บ้าน นับเป็นเยี่ยมในสินทรัพย์ชิ้นสำคัญสำหรับผู้ที่อยากมีความมั่นคงและยั่งยืนในชีวิต แต่ว่าด้วยค่าที่สูง การยืมซื้อเพียงผู้เดียวอาจสร้างภาระการเงินจนกระทั่งเกินตัวได้

โดยเหตุนี้ การยืมซื้อบ้านร่วมกับแฟนจุดหมายมั่นปั้นมือจะดำเนินชีวิตด้วยกัน ก็เลยเป็นแนวทางที่สามารถช่วยให้การกู้เป็นไปได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

บทความนี้ ธอส. จะมาตอบปัญหาที่ว่า การยืมซื้อบ้านร่วมกับแฟนนั้น สามารถทำเป็นอย่างไร? แล้วก็มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง!

ซื้อบ้านร่วมกับแฟนมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?
ซื้อบ้านร่วมกับแฟนอาจเป็นเป้าหมายหลักในชีวิตสมรสของใครสักคน เนื่องจากการยืมร่วมจะช่วยทำให้สถาบันการเงินมีความคิดเห็นว่า ผู้ร่วมแบกรับภาระหนี้สินมีความเข้าใจทางด้านการเงินเพียงพอที่จะผ่อนหนี้เงินต้นแล้วก็ดอกคืนได้ตามสัญญา

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีผลให้สถาบันทางด้านการเงินอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย!

ซื้อบ้านร่วมกับแฟน
ซื้อบ้านร่วมกับแฟน

โดยจะอยู่ภายใต้ข้อแม้การยืมดังต่อไปนี้

ผู้ขอสินเชื่อควรจะมีอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนหนี้ได้สูงสุด 40 ปี แต่ว่าเมื่อนำอายุของผู้ขอรวมกับระยะเวลาผ่อนหนี้สินเชื่อแล้วจำเป็นที่จะต้องไม่เกิน 70 ปี
เป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนด้วยกัน
มิได้จดทะเบียน แต่ว่ามีหลักฐานยืนยันการสมรส ดังเช่น รูปถ่าย
มิได้จดทะเบียน แต่ว่ามีลูกด้วยกัน (หนังสือรับรองลูก)
แปลว่า ผู้ที่เป็นแฟนกันโดยไม่มีหลักฐานยืนยันความเกี่ยวพันนั้น จะไม่สามารถกระทำการขอกู้ร่วมซื้อบ้านได้นั่นเอง

ข้อดีแล้วก็ข้อพึงระวังในการกู้ร่วมซื้อบ้าน
แม้การกู้ร่วมจะมีส่วนช่วยให้การซื้อบ้านร่วมกับแฟนเป็นไปได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าทั้งนี้ก็มีข้อควรไตร่ตรองอย่างละเอียดด้วยเหมือนกัน เรามาดูกันว่าข้อดีแล้วก็ข้อพึงระวังในการกู้ร่วมซื้อบ้านมีอะไรบ้าง!

ข้อดีของการยืมร่วมซื้อบ้าน
ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาหลักๆของการยืมร่วมซื้อบ้านก็คือ สถานะทางด้านการเงินไม่พอที่จะรับผิดชอบหนี้สิน หรือมีประวัติการจ่ายชำระหนี้ที่ไม่ดี

ฉะนั้น ข้อดีที่ทำให้หลายๆเลือกการยืมร่วมซื้อบ้านก็คือ

ได้โอกาสในการ อนุมัติสินเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
อาจได้ วงเงินมากขึ้นกว่าเดิม
เนื่องจากสถาบันทางด้านการเงินจัดว่าการมีผู้มากู้ร่วมซื้อบ้านด้วยจะเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการผ่อนหนี้มีเยอะขึ้น รวมถึงเป็นการกระจายความเสี่ยง แล้วก็เพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นขอสินเชื่อ นำมาซึ่งการทำให้ได้โอกาสที่จะยอมอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ข้อพึงระวังในการกู้ร่วมซื้อบ้าน
แม้การกู้ร่วมจะมีข้อดีที่ตอบปัญหาคนอีกจำนวนไม่น้อย แต่ว่าก็มีข้อพึงระวังที่ละเลยมิได้เหมือนกัน โดยสิ่งที่คุณควรคำนึงก่อนเดินเรื่องกู้ร่วมซื้อบ้าน มีดังนี้

รับผิดชอบหนี้สินด้วยกัน
การยืมร่วมซื้อบ้านจะถือว่า มีภาระหนี้สินที่จะต้องรับผิดชอบด้วยกัน โดยเหตุนี้ ถ้าเกิดฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งเกิดไม่สามารถผ่อนหนี้หนี้สินได้ อีกคนหนึ่งก็จะต้องรับหน้าที่จ่ายในส่วนนั้นด้วยโดยไม่มีข้องดเว้น

ยิ่งไปกว่านี้ การขอถอนรายชื่อจากการเป็นผู้กู้ร่วมก็ไม่ใช้ว่าจะง่าย เนื่องจากทางแบงค์จะกระทำการตรวจตราใหม่อีกทีว่าผู้กู้คนที่เหลือมีความรู้ความเข้าใจในการผ่อนหนี้เพียงพอหรือเปล่า ถ้าเกิดคุณลักษณะไม่ผ่าน ก็ไม่สามารถถอนชื่อผู้กู้ร่วมได้

แล้วก็ที่สำคัญ แม้ว่าจะมีการใช้หนี้ใช้สินจากผู้กู้เพียงผู้เดียว แต่ว่าตราบเท่าที่อีกข้างยังมีชื่อในสัญญากู้ร่วมซื้อบ้าน บ้าน ก็ถือว่าเป็นผู้ครอบครองร่วมเช่นเดียวกัน ซึ่งกรณีนี้ก่อปัญหาให้กับผู้กู้ร่วมซื้อบ้านหลายสาเหตุเยอะแยะ ดังเช่น อีกข้างไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของมาให้ โดยเหตุนี้ ก็เลยจะต้องคำนึงเรื่องนี้กันให้ดีๆ

แนวทางการขายบ้านจะต้องได้รับการยินยอมจากทุกฝ่าย
ในกรณีของการยืมร่วมซื้อบ้าน ถ้าเกิดอยากได้ขายบ้านที่มีสิทธิ์ด้วยกัน จำเป็นที่จะต้องได้รับการยินยอมจากทุกฝ่าย ซึ่งการยืมร่วมนั้นทำให้เจ้าของถูกแบ่งออกเป็น 2 ข้างระหว่างเรากับแฟนนั่นเอง

โดยชอบเกิดในกรณีที่คู่สมรสเลิกร้าง หรือเลิกรากัน ซึ่งคนหนึ่งอยากขายบ้านแต่ว่าอีกคนหนึ่งไม่ยินยอม ทำให้แนวทางการขายจะต้องถูกยืดระยะเวลาออกไปจวบจนกระทั่งจะยอมทุกฝ่าย โดยอาจลุกลามไปจนถึงการฟ้องร้องกันเกิดเรื่องใหญ่มหึมา

โดยเหตุนี้น่าจะมั่นใจให้ดีๆว่าจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับชีวิตสมรสในตอนหลัง แล้วแล้วก็ค่อยกระทำการตัดสินใจกู้ซื้อบ้านด้วยกัน

เอกสารต้องสำหรับการยื่นกู้
เอกสารต้องสำหรับการกู้ซื้อบ้านร่วมกับแฟน มีด้วยกันดังต่อไปนี้

เอกสารข้อมูลส่วนตัว
บัตรประจำตัวประชาชน / บัตรเจ้าหน้าที่รัฐ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาใบเปลี่ยนแปลงชื่อ – สกุล (ถ้าเกิดมี)
เอกสารหลักประกัน (จากที่สถาบันทางด้านการเงินระบุ)
เอกสารยืนยันสถานะคู่ควง
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้กู้ร่วม (แฟน / คู่ควง)
สำเนาใบเปลี่ยนแปลงชื่อ – สกุล (ถ้าเกิดมี)
สำเนาทะเบียนสมรส
หนังสือรับรองลูก
เอกสารแสดงรายได้
กรณีอาชีพประจำ

หนังสือรับรองเงินเดือน / หนังสือรับรองสิทธิสวัสดิการ
สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานการรับเงินเดือน ย้อนไป 3 เดือน
Statement เงินฝากย้อนไป 6 เดือน
หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ(พร้อมฉบับจริง)
กรณีอาชีพอิสระ

Statement เงินฝากย้อนไป 12 เดือน
หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ(พร้อมฉบับจริง)
สำเนาทะเบียนการค้า / ทะเบียนพาณิชย์ / ทะเบียนบริษัท / ทะเบียนนิติบุคคล
หลักฐานการเสียภาษีเงินได้
รูปถ่ายกิจการ 3 – 4 ใบ
สำเนาใบประกอบวิชาชีพ
สำเนาใบรับเงินค่าสั่งซื้อสินค้า
หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่นๆ(พร้อมตัวจริง)